ซีรีส์ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน แบ่งตามระดับ

บทสนทนาในชีวิตประจำวันคือการคุยเล่น นัดแนะ บอกความรู้สึก เห็นด้วย และปฏิเสธ บทนี้แนะนำการ์ตูน ซีรีส์อเมริกันและอังกฤษ เรียลลิตี้ และหนังตามระดับ บอกว่าแต่ละเรื่องฝึกบทสนทนาประจำวันแบบไหน และอธิบายวิธีดูกับเวลาที่ควรเปลี่ยนเรื่อง

อัปเดต 10 ต.ค. 2569

ภาษาอังกฤษที่ใช้ในบทสนทนาประจำวันไม่ใช่ประโยคยาวแบบข้อสอบ แต่เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำไปซ้ำมา ทักทายและคุยเล่น นัดและเปลี่ยนนัด บอกว่ารู้สึกอย่างไร เห็นด้วยและปฏิเสธ ขอโทษและปลอบใจ และเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อเรียนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันจากซีรีส์ ตัววัดซีรีส์คือมีบทคุยเล็ก ๆ แบบนี้มากแค่ไหน และตอนนี้คุณตามทันไหม

คำตอบสั้น ๆ ช่วงเริ่มต้น ดู Peppa Pig และ Bluey มีฐานบ้างแล้ว ดู Modern Family, Heartstopper และ Schitt's Creek อยากพูดให้เป็นธรรมชาติขึ้น ดู Friends, Ted Lasso และ Normal People ฐานแน่นขึ้นอีก ดู New Girl, The Office และ Fleabag

ก่อนอื่น หาระดับของคุณ

เลือกจากฟังเข้าใจแค่ไหน ไม่ใช่จากซีรีส์ดังแค่ไหน

  • ดู Peppa Pig โดยไม่มีคำบรรยายไม่รู้เรื่อง: เริ่มที่ระดับเริ่มต้น
  • Peppa Pig ฟังเข้าใจ แต่ Modern Family ไม่มีคำบรรยายยังยาก: เริ่มที่ครึ่งหลังของระดับเริ่มต้น ด้วย Bluey และ Extr@
  • Modern Family ฟังเข้าใจเกือบหมดโดยไม่มีคำบรรยาย: ขยับไประดับกลาง
  • มุกใน Friends ส่วนใหญ่เข้าใจโดยไม่มีคำบรรยาย: ขยับไประดับธรรมชาติ

ความยากที่เหมาะคือเรื่องที่ไม่มีคำบรรยายแล้วเข้าใจ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เข้าใจหมดแปลว่าง่ายเกินไป เข้าใจไม่ถึงครึ่ง ก็กลายเป็นเดาจากภาพ

ระดับเริ่มต้น: ประโยคสั้น พูดช้า

  1. Peppa Pig ประโยคสั้นที่สุด มีพื้นฐานครบ ทักทาย ขอร้อง และขอบคุณ ผู้ใหญ่ดูก็ไม่มีอะไรน่าอาย ตอนละไม่กี่นาที เหมาะกับการเปิดหูตั้งแต่ศูนย์
  2. Bluey สำเนียงออสเตรเลีย บทพูดระหว่างครอบครัวและเพื่อนฟังเป็นธรรมชาติ ผู้ใหญ่หลายคนก็ชอบ ประโยคประจำวันอย่าง Can I ...?, That's not fair และ I'm sorry วนมาซ้ำแล้วซ้ำอีก
  3. Extr@ (Extra English) ซิตคอมที่ทำมาสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษ พูดช้าและคำง่าย แต่เรื่องเป็นผู้ใหญ่ที่แชร์แฟลตกัน จึงใกล้ชีวิตประจำวันของผู้ใหญ่กว่าการ์ตูน

ระดับกลาง: คอมเมดี้ชีวิตประจำวันและดราม่าเบา ๆ

  1. Modern Family สำเนียงอเมริกัน ชีวิตประจำวันของสามครอบครัว ตอนละประมาณ 20 นาที ตัวละครมักพูดกับกล้องว่าคิดอะไร หนึ่งความเห็นบวกหนึ่งเหตุผล ซึ่งเลียนแบบได้ง่าย
  2. Heartstopper สำเนียงบริติช มิตรภาพและรักแรกในโรงเรียนมัธยม ประโยคสั้น ความเร็วปานกลาง และบทพูดเป็นชีวิตประจำวันมาก
  3. Schitt's Creek ครอบครัวรวยที่ต้องมาอยู่โมเทล และรับมือกับคนในเมืองเล็ก มีการคุยเล่น บ่น ช่วยเหลือ และคืนดีกันเยอะ
  4. Queer Eye เรียลลิตี้ที่พิธีกรห้าคนช่วยคนธรรมดาเปลี่ยนชีวิต มีคำชม การให้กำลังใจ คำแนะนำ และการคุยเรื่องความรู้สึกเยอะ และเป็นบทสนทนาจริง ไม่ได้เขียนบท
  5. The Great British Bake Off สำเนียงบริติช ความเร็วสม่ำเสมอ มีการคุยเบา ๆ ให้กำลังใจ และให้ความเห็นระหว่างพิธีกรกับผู้แข่งขัน

ระดับธรรมชาติ: เร็วขึ้น ใกล้การคุยจริงขึ้น

  1. Friends เรื่องคลาสสิกสำหรับบทสนทนาประจำวัน มีการนัดแนะ บ่น ปลอบใจ และเล่นมุก เร็วและมุกเยอะ รอบแรกไม่ต้องเข้าใจทุกมุก
  2. Ted Lasso มีทั้งสำเนียงบริติชและอเมริกัน มีการให้กำลังใจ การขอโทษ และการคุยเปิดใจระหว่างเพื่อนร่วมงานเยอะ คำไม่ยาก และการแสดงความรู้สึกละเอียด
  3. Normal People สำเนียงไอริช บทสนทนายาวระหว่างคนหนุ่มสาวสองคน เงียบและมีช่วงหยุดเยอะ ใกล้จังหวะของบทสนทนาจริงมาก และเหมาะกับการฟังว่าคนค่อย ๆ เอาความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดอย่างไร
  4. This Is Us สำเนียงอเมริกัน ดราม่าครอบครัวที่มีการคุยเปิดใจ ทะเลาะ และคืนดีกันเยอะ ช้ากว่าคอมเมดี้
  5. How I Met Your Mother เที่ยวกับเพื่อน เดต และเล่าเรื่อง เหมาะกับการเรียนวิธีเล่าเรื่องให้สนุก

ขึ้นไปอีกระดับ: เร็ว มุกแน่น สำเนียงหลากหลายขึ้น

  • New Girl: ชีวิตประจำวันกับเพื่อนร่วมห้อง เร็วและมุกเยอะ
  • The Office (US): ช่วงเวลาอึดอัดและการคุยเล่นระหว่างเพื่อนร่วมงาน ที่หลายอย่างไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ เหมาะกับการฟังว่าคนหมายความว่าอะไรจริง ๆ
  • Brooklyn Nine-Nine: จังหวะเร็วมาก สำหรับผู้เรียนที่การฟังแข็งแล้ว
  • Fleabag: สำเนียงบริติช ตัวเอกมักพูดกับกล้อง เร็วและคม มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่
  • Gavin & Stacey: สำเนียงเวลส์และเอสเซกซ์ สำหรับผู้เรียนที่อยากเข้าใจสำเนียงจากทั่วสหราชอาณาจักร

การ์ตูนไม่ได้มีไว้แค่เด็ก

นอกจาก Peppa และ Bluey การ์ตูนเหล่านี้ก็ใช้ได้สำหรับผู้ใหญ่ที่ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

  • Bob's Burgers: ครอบครัวหนึ่งเปิดร้านเบอร์เกอร์ มีบทคุยในครอบครัวและกับลูกค้าเยอะ ความเร็วปานกลาง เหมาะกับระดับกลาง
  • Inside Out, Toy Story และ Zootopia: หนังแอนิเมชันที่ภาษาเรื่องความรู้สึกและมิตรภาพชัด เหมาะกับเรียนหนึ่งหรือสองฉากในวันหยุดสุดสัปดาห์

The Simpsons และ Family Guy ไม่ค่อยเหมาะกับบทสนทนาประจำวัน มุกทางวัฒนธรรมและสแลงแน่นเต็มไปหมด ถึงฟังเข้าใจ ก็อาจเอาไปใช้ไม่ได้

หนัง: หนึ่งเรื่อง หนึ่งแบบของบทสนทนา

  • Before Sunrise: คนแปลกหน้าสองคน จากคุยเล่นไปถึงคุยเปิดใจ ทั้งเรื่องเกือบเป็นบทสนทนาล้วน
  • The Intern: บทสนทนาที่สุภาพและเหมาะสม ทั้งในที่ทำงานและในชีวิต ความเร็วปานกลาง
  • Notting Hill และ About Time: สำเนียงบริติช มีการเดต กินข้าวกับเพื่อน และคุยในครอบครัว

หาเรื่องตามแบบของบทสนทนา

  • ทักทายและคุยเล่น: Before Sunrise, The Great British Bake Off, Schitt's Creek
  • นัดแนะ เปลี่ยนเวลา และปฏิเสธคำชวน: Friends, How I Met Your Mother, New Girl
  • บอกความรู้สึกและปลอบใจคนอื่น: Bluey, Ted Lasso, This Is Us, Queer Eye
  • เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และให้เหตุผล: Modern Family, Heartstopper
  • ขอโทษและคืนดี: Ted Lasso, Schitt's Creek, Friends
  • เล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น: How I Met Your Mother และฉากพูดกับกล้องใน Modern Family

ดูหนึ่งตอนอย่างไร

  1. รอบแรกไม่เปิดคำบรรยาย เพื่อเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
  2. รอบที่สองเปิดคำบรรยายภาษาอังกฤษ เลือก 3 ถึง 5 ประโยคที่คุณจะพูดในชีวิตตัวเองด้วย เช่น ประโยคนัดแนะ ปฏิเสธ หรือปลอบใจ ข้ามคำที่หายาก
  3. รอบที่สามปิดคำบรรยาย หยุดที่ประโยคเหล่านั้นแล้วพูดตาม เลียนน้ำเสียงและช่วงหยุด แล้วพูดถึงเรื่องในชีวิตของคุณเอง

ไม่ต้องเรียนทั้งตอน บทสนทนาสองถึงสามนาทีผ่านสามขั้นนี้ จะเหลือประโยคไม่กี่ประโยคที่คุณได้ใช้จริง

เมื่อไรควรเปลี่ยนเรื่อง

  • ไม่มีคำบรรยายแล้วเข้าใจมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และพูดประโยคที่ใช้บ่อยตามตัวละครได้: ขยับขึ้นหนึ่งระดับ
  • ไม่มีคำบรรยายแล้วเข้าใจไม่ถึงครึ่ง: ถอยลงหนึ่งระดับ แทนการพยุงด้วยคำบรรยายภาษาไทย
  • อยู่กับเรื่องเดียวนาน ๆ ไม่เป็นไร รู้จัก Friends หรือ Modern Family ให้ดี สร้างการพูดได้มากกว่าเริ่มเรื่องใหม่ทุกสัปดาห์

FAQ

ดูซีรีส์อเมริกันหรืออังกฤษดี

ขึ้นอยู่กับว่าคุณคุยกับใครบ่อยที่สุด หรือชอบสำเนียงไหน ทั้งสองแบบใช้ได้สำหรับบทสนทนาประจำวัน เลือกหนึ่งแบบเป็นแหล่งหลัก แล้วฟังอีกแบบเป็นครั้งคราว สำเนียงของคุณจะได้ไม่ปนกัน

Friends ยังเหมาะกับภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันไหม

เหมาะ แต่เร็ว มุกเยอะ และเป็นเรื่องยุค 1990 บางสำนวนจึงฟังเก่า ดูเมื่อมีฐานบ้างแล้ว ช่วงเริ่มต้น Modern Family หรือ Schitt's Creek ง่ายกว่า

ควรเปิดคำบรรยายไหม

รอบแรกปิด รอบที่สองเปิดคำบรรยายภาษาอังกฤษเพื่อจดประโยค รอบที่สามปิดอีกครั้ง คำบรรยายภาษาไทยใช้เป็นครั้งคราว เฉพาะตอนที่ตามไม่ได้เลย

ควรดูวันละนานแค่ไหน

วันละ 15 ถึง 30 นาทีก็พอ สิ่งสำคัญคือแต่ละวันมีไม่กี่ประโยคที่คุณพูดตามได้ ไม่ใช่ดูหลายตอนรวดเดียว

ขั้นถัดไป

วันนี้เลือก Modern Family หนึ่งตอน ดูสิบนาทีแรกโดยไม่เปิดคำบรรยาย ถ้าเข้าใจเกือบหมด ให้ใช้เป็นเรื่องหลัก ถ้าไม่ ให้เปลี่ยนไป Bluey หรือ Extr@ ก่อน ดูจบแล้วจดหนึ่งประโยคที่วันนี้คุณพูดกับใครสักคนได้