เพลงภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเริ่มจากศูนย์ 32 เพลง เรียงตามลำดับ
เด็กที่เริ่มภาษาอังกฤษจากศูนย์ควรฟังเพลงไหนก่อน บทความนี้รวม 32 เพลงเด็กภาษาอังกฤษ แบ่งเป็น 6 ช่วง ได้แก่ ท่าทาง กิจวัตรประจำวัน ตัวเลขและสี สัตว์และธรรมชาติ เพลงถามตอบ และเพลงก่อนนอน บอกว่าแต่ละเพลงสอนอะไร ทำท่าอะไรประกอบ ควรฟังวันละนานแค่ไหน และเมื่อไรค่อยเปลี่ยนไปดูการ์ตูน
อัปเดต 10 ต.ค. 2569
สำหรับเด็กที่เริ่มภาษาอังกฤษจากศูนย์ เพลงคือก้าวแรกที่ดีที่สุด ทำนองจำง่าย เนื้อร้องซ้ำไปซ้ำมา และหลายเพลงมีท่าทางประกอบ เด็กไม่จำเป็นต้องรู้ทุกคำ เพราะท่าทางช่วยบอกความหมายให้อยู่แล้ว
แต่เพลงก็ต้องมีลำดับเหมือนกัน ถ้าเริ่มด้วยเพลงกล่อมเด็กแบบดั้งเดิมยาว ๆ หลายเพลง เด็กจะจำได้แค่ทำนอง ลำดับที่ได้ผลกว่าคือ เริ่มจากเพลงท่าทาง ให้เด็กจับคู่เสียงกับการเคลื่อนไหว ต่อด้วยเพลงเรื่องที่ทำทุกวัน แล้วค่อยเป็นตัวเลข สี และสัตว์ ปิดท้ายด้วยเพลงที่มีถามมีตอบ เพื่อเตรียมตัวไปดูการ์ตูน
บทความนี้รวม 32 เพลงเรียงตามลำดับนี้ เหมาะกับเด็กอายุประมาณ 2 ถึง 6 ปีที่เริ่มภาษาอังกฤษจากศูนย์ เด็กวัยเรียนที่เริ่มจากศูนย์ก็ใช้ได้ แค่ผ่านแต่ละช่วงให้เร็วขึ้น
หาเพลงเหล่านี้ได้จากไหน
- Super Simple Songs: ช่องที่ทำมาเพื่อเด็กเริ่มเรียนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ร้องช้า ออกเสียงชัด ท่าทางง่าย เพลงส่วนใหญ่ในรายการนี้มีในช่องนี้ แนะนำเป็นตัวเลือกแรก
- Mother Goose Club: เพลงกล่อมเด็กแบบดั้งเดิม ร้องโดยคนจริง ภาพเรียบง่าย
- Little Baby Bum: เพลงกล่อมเด็กแบบดั้งเดิมในรูปแอนิเมชัน มีเพลงให้เลือกครบมาก
- Cocomelon และ Pinkfong: เพลงเยอะ แต่ภาพวุ่นวายและจังหวะเร็วกว่า เหมาะเป็นตัวเสริมหลังจากเด็กรู้จักเพลงไปบ้างแล้ว
เพลงเดียวกันแต่ละช่องอาจใช้เนื้อร้องต่างกันเล็กน้อย เลือกเวอร์ชันเดียวแล้วใช้ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องสลับไปมา
ช่วงที่ 1: ท่าทางและร่างกาย
เริ่มจากเพลงที่เด็กทำท่าตามได้ เป้าหมายของช่วงนี้คือ พอได้ยินภาษาอังกฤษปุ๊บ เด็กอยากขยับตัวทันที
- Head, Shoulders, Knees and Toes: ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ร้องถึงส่วนไหนก็แตะส่วนนั้น คล่องแล้วค่อยร้องให้เร็วขึ้น
- If You're Happy and You Know It: ท่าทางอย่าง clap your hands และ stomp your feet แต่ละท่อนเปลี่ยนท่าไปเรื่อย ๆ
- Open Shut Them: คำตรงข้ามอย่าง open, shut, big และ small ทำด้วยมือทั้งหมด
- Walking Walking: walk, run, jump และ stop เหมาะกับการเดิน วิ่ง และหยุดเล่นกันในห้องนั่งเล่น
- The Hokey Pokey: ซ้าย ขวา เข้า ออก และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
- Baby Shark: คำเรียกคนในครอบครัว จังหวะซ้ำ ๆ และท่ามือที่เด็กทำตามได้ง่าย
ช่วงที่ 2: ทักทายและกิจวัตรประจำวัน
เพลงในช่วงนี้เป็นเรื่องที่เด็กทำทุกวัน พอคุ้นแล้ว พ่อแม่หยิบประโยคในเพลงมาใช้ในชีวิตจริงได้เลย
- Hello!: การทักทาย ร้องทุกเช้า หรือก่อนเริ่มช่วงเวลาภาษาอังกฤษ
- Bye Bye Goodbye: การบอกลา ใช้ตอนจบ
- Clean Up!: ร้องตอนเก็บของเล่น ไม่นานเด็กจะผูกเพลงนี้กับการเก็บของ
- Put On Your Shoes: คำเกี่ยวกับการแต่งตัว ร้องก่อนออกจากบ้าน
- This Is the Way: กิจวัตรอย่างล้างมือ แปรงฟัน หวีผม เปลี่ยนเนื้อร้องให้ตรงกับสิ่งที่กำลังทำ
- Are You Hungry?: yes, no และคำเรียกอาหาร ร้องก่อนกินข้าว
ช่วงที่ 3: ตัวเลข ตัวอักษร และสี
พอเพลงท่าทางและเพลงกิจวัตรคุ้นแล้ว ค่อยเพิ่มตัวเลข ตัวอักษร และสี อย่าเริ่มด้วยเพลงแบบนี้อย่างเดียว เพลงกลุ่มนี้ได้ผลกว่าเมื่อเด็กเริ่มรู้สึกว่าฟังภาษาอังกฤษเข้าใจได้บ้างแล้ว
- The Alphabet Song (ABC Song): ลำดับตัวอักษร 26 ตัว ให้คุ้นเสียงก่อน ยังไม่ต้องจำหน้าตาตัวอักษร
- One Little Finger: ตัวเลข 1 ถึง 3 รวมถึง up, down และส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
- Seven Steps: ตัวเลข 1 ถึง 7 นับไปพร้อมกับเดิน
- Five Little Monkeys Jumping on the Bed: นับถอยหลังจาก 5 ถึง 1 มีเรื่องราวที่เด็กชอบ
- Five Little Ducks: นับถอยหลัง และวลีอย่าง over the hills and far away
- I See Something Blue: สี ให้เด็กหาและชี้ของแต่ละสีในบ้าน
ช่วงที่ 4: สัตว์ ยานพาหนะ และธรรมชาติ
เนื้อร้องในช่วงนี้ยาวขึ้นนิดหน่อย และเริ่มมีเรื่องราวง่าย ๆ
- Old MacDonald Had a Farm: สัตว์ในฟาร์มและเสียงร้องของมัน เป็นเพลงที่เด็กร้องร่วมได้ง่ายที่สุด
- Walking in the Jungle: สัตว์ในป่า และท่าทางอย่างเดินและกระโดด
- Baa Baa Black Sheep: เพลงกล่อมเด็กแบบดั้งเดิมที่มีถามตอบง่าย ๆ อย่าง yes sir และ three bags full
- The Itsy Bitsy Spider: เรื่องสั้น ๆ ของแมงมุม มีท่านิ้วมือ และคำเกี่ยวกับอากาศอย่าง rain และ sun
- How's the Weather?: sunny, rainy, cloudy และ snowy ร้องวันละครั้งตอนมองออกไปนอกหน้าต่าง
- Row, Row, Row Your Boat: จังหวะช้า เหมาะให้สองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน จับมือแล้วโยกตัว
- The Wheels on the Bus: คนและส่วนต่าง ๆ บนรถบัสทำอะไรบ้าง มีคำเลียนเสียงอย่าง round and round และ beep beep
ช่วงที่ 5: เพลงถามตอบ
เพลงในช่วงนี้มีคำถามและคำตอบ เป็นสะพานจากเพลงไปสู่การ์ตูน ช่วยให้เด็กคุ้นกับบทสนทนาที่คนหนึ่งถาม อีกคนตอบ
- Do You Like Broccoli Ice Cream?: Do you like ...? Yes, I do. No, I don't. เพลงที่ดีที่สุดสำหรับถามตอบง่าย ๆ
- Who Took the Cookie?: Who took the cookie? Not me! Then who? ทั้งครอบครัวผลัดกันร้องได้
- Where Is Thumbkin?: Where is ...? Here I am. How are you today? เล่นด้วยนิ้วมือ
- Days of the Week: ชื่อวันทั้งเจ็ดวัน ร้องวันละครั้ง แล้วบอกว่าวันนี้วันอะไร
เพลงก่อนนอน: เพลงช้า ๆ
เพลงเร็วไม่เหมาะกับเวลานอน เพลงกลุ่มนี้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงก่อนนอนได้ตั้งแต่ช่วงที่ 1
- Twinkle Twinkle Little Star: เพลงกล่อมนอนภาษาอังกฤษคลาสสิก ทำนองที่เด็กส่วนใหญ่รู้จักอยู่แล้ว
- Rock-a-bye Baby: เพลงกล่อมนอนแบบดั้งเดิม ร้องช้า ๆ
- You Are My Sunshine: เนื้อร้องอบอุ่น พ่อแม่ร้องเองให้ลูกฟังได้
ฟังแต่ละวันอย่างไร
- วันละ 5 ถึง 15 นาทีก็พอ แบ่งเป็นตอนเช้าหนึ่งรอบ และก่อนนอนหนึ่งรอบได้
- เพิ่มเพลงใหม่แค่สัปดาห์ละหนึ่งหรือสองเพลง เพลงเก่ายังเปิดต่อไป ถ้าเด็กขอฟังซ้ำ ก็ให้ฟัง
- เพลงท่าทาง พ่อแม่ทำไปด้วย เด็กเห็นผู้ใหญ่ขยับ ก็จะขยับตาม
- ไม่ต้องบังคับให้เด็กร้องตาม หรือออกเสียงให้ถูก แค่ทำท่าตามและฮัมทำนองได้ ก็แปลว่ากำลังซึมซับแล้ว
- ไม่ต้องถามเด็กว่าคำนี้แปลว่าอะไร เอามาใช้ในชีวิตจริงได้ผลกว่า เช่น ร้อง Clean Up! ตอนเก็บของ หรือถาม Are you hungry? ก่อนกินข้าว
เมื่อไรควรไปช่วงถัดไป
- เด็กจำเพลงได้ตั้งแต่โน้ตแรก และทำท่าได้เกือบหมด: เริ่มช่วงถัดไปได้
- เด็กไม่มีปฏิกิริยากับเพลงใหม่เลย: ถอยกลับไปหนึ่งช่วง แล้วฟังเพลงที่คุ้นต่ออีกสักสองสามวัน
- ไม่จำเป็นต้องคล่องทุกเพลงในช่วงนั้นก่อนค่อยไปต่อ เพลงจากช่วงก่อนสลับกับเพลงใหม่ได้
เมื่อไรควรเปลี่ยนจากเพลงไปดูการ์ตูน
เมื่อเด็กนั่งดูวิดีโอเพลงยาวสามสี่นาทีจนจบได้ และตอบสนองกับเพลงถามตอบในช่วงที่ 5 ได้ ค่อยเริ่มเพิ่มการ์ตูนสั้นอย่าง Peppa Pig, Pocoyo หรือ Maisy Mouse เพลงยังใช้เป็นช่วงอุ่นเครื่องได้ เปิดสักหนึ่งหรือสองเพลงก่อนดูการ์ตูนแต่ละครั้ง
ลำดับการ์ตูนที่ควรดู ดูได้ในบทความ “การ์ตูนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเริ่มต้น เรียงตามลำดับที่ควรดู”
FAQ
เพลงควรมีคำบรรยายหรือเนื้อเพลงบนจอไหม
ช่วงเริ่มจากศูนย์ยังไม่ต้อง เด็กยังอ่านไม่ได้ และจุดสำคัญคือจับคู่เสียงกับท่าทางและภาพ ถ้าพ่อแม่อยากรู้เนื้อเพลง อ่านเองก่อนได้
ฟังแค่เสียงโดยไม่ดูวิดีโอได้ไหม
ได้ และเหมาะมากตอนอยู่ในรถ ตอนกินข้าว หรือก่อนนอน แต่ถ้าเป็นเพลงใหม่ ให้ดูวิดีโอก่อนสักสองสามรอบ เด็กจะได้รู้ว่าแต่ละท่อนทำท่าอะไร แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นฟังแค่เสียง
ถ้าเด็กอยากฟังแค่เพลงเดียวล่ะ
เป็นเรื่องปกติ การขอฟังเพลงเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกแปลว่าเด็กกำลังซึมซับ ให้ฟังไป แล้วต่อด้วยเพลงใหม่แนวเดียวกัน ค่อย ๆ ขยายไปทีละนิด
พ่อแม่ที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งร้องตามได้ไหม
ได้ เนื้อร้องในเพลงเด็กสั้นมาก ฟังพร้อมวิดีโอสักไม่กี่รอบก็ร้องได้แล้ว ไม่ต้องออกเสียงเป๊ะ การออกเสียงของเด็กส่วนใหญ่ได้มาจากเสียงต้นฉบับ
ขั้นถัดไป
วันนี้เลือกสองเพลงจากช่วงที่ 1 คือ Head, Shoulders, Knees and Toes และ If You're Happy and You Know It แล้วร้องพร้อมทำท่ากับลูก ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ดูว่าลูกตอบสนองอย่างไร แล้วค่อยเพิ่ม Hello! และ Clean Up! จากช่วงที่ 2